ประชากรและสังคมสูงวัย ทั่วโลก
ไทย

การขยายอายุเกษียณไม่ใช่เพียงเรื่องแรงงาน แต่เป็นสะพานเชื่อมรายได้กับบำนาญ

ติดตามสถิติโลกเกี่ยวกับประชากรและสังคมสูงวัย

หน้าแรก / บทความ

เมื่อช่วงเวลาระหว่างการเกษียณกับบำนาญกลายเป็นประเด็นสำคัญ

การถกเถียงเรื่องประชากรสูงวัยมักมุ่งไปที่จำนวนผู้สูงอายุหรืออัตราการเกิด แต่ข้อมูลจากญี่ปุ่นชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่งที่ใกล้ตัวคนทำงานมากกว่า นั่นคือความต่อเนื่องของรายได้ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการทำงานไปสู่การรับบำนาญเต็มจำนวน

ในการสำรวจสภาพชีวิตของข้าราชการหลังเกษียณของสำนักงานบุคลากรแห่งชาติญี่ปุ่น ประจำปีงบประมาณ 2017 มีผู้ตอบในหัวข้อเหตุผลที่เห็นว่าการขยายอายุเกษียณเป็นแนวทางเหมาะสมรวม 2,226 คนในปีงบประมาณ 2017 โดยเหตุผลที่ได้รับการเลือกมากที่สุดในข้อมูลชุดนี้คือ การมีงานรองรับไปจนถึงอายุเริ่มรับบำนาญเต็มจำนวนที่ 65 ปีตามเงื่อนไขในปีงบประมาณ 2017

คำตอบดังกล่าวสะท้อนว่า สำหรับผู้ตอบจำนวนมาก การขยายอายุเกษียณไม่ได้มีความหมายเพียงว่า “ต้องทำงานนานขึ้น” แต่ยังหมายถึงการลดช่องว่างระหว่างวันที่รายได้จากงานสิ้นสุดลงกับวันที่รายได้จากบำนาญเริ่มต้นอย่างเต็มรูปแบบ

สิ่งที่ผู้ตอบให้ความสำคัญ

เหตุผลที่เลือกในการสำรวจจำนวนคำตอบและช่วงเวลาประเด็นที่สะท้อน
มีงานรองรับจนถึงอายุเริ่มรับบำนาญเต็มจำนวนที่ 65 ปีตามเงื่อนไขในปีงบประมาณ 20171,757 คนในปีงบประมาณ 2017ความต่อเนื่องของรายได้ระหว่างงานกับบำนาญ
สามารถจัดตำแหน่งและกำหนดการปฏิบัติต่อบุคลากรตามแรงจูงใจและความสามารถ729 คนในปีงบประมาณ 2017การใช้ทักษะของคนทำงานสูงวัยอย่างเหมาะสม
จำนวนผู้ตอบรวมในหัวข้อเหตุผลที่สนับสนุนการขยายอายุเกษียณ2,226 คนในปีงบประมาณ 2017ฐานข้อมูลสำหรับทำความเข้าใจความคิดเห็นของผู้ตอบ

ตารางนี้เป็นคำถามที่เลือกตอบได้หลายข้อในปีงบประมาณ 2017 ดังนั้นจำนวนของแต่ละเหตุผลไม่ควรถูกนำมารวมกันแล้วตีความว่าเป็นจำนวนบุคคลที่ไม่ซ้ำกัน ผู้ตอบคนเดียวอาจเห็นด้วยทั้งกับการรักษารายได้จนถึงช่วงรับบำนาญ และกับการใช้ความสามารถของบุคลากรสูงวัยต่อไป

ข้อจำกัดอีกประการคือ แหล่งข้อมูลนี้สำรวจข้าราชการที่เกษียณแล้วในญี่ปุ่น จึงไม่ควรนำผลไปแทนความคิดเห็นของแรงงานทุกอาชีพ หรือใช้สรุปว่าคนในประเทศอื่นมีความต้องการเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ข้อมูลเปิดให้เห็นสามารถใช้เป็นกรอบคำถามร่วมสำหรับสังคมที่กำลังเผชิญการสูงวัยของประชากรได้

การขยายอายุเกษียณมีมากกว่ามิติทางการเงิน

เหตุผลด้านความต่อเนื่องจนถึงการรับบำนาญเต็มจำนวนมีผู้เลือก 1,757 คนในปีงบประมาณ 2017 ขณะที่เหตุผลด้านการจัดงานและการปฏิบัติต่อบุคลากรตามแรงจูงใจและความสามารถมีผู้เลือก 729 คนในปีงบประมาณ 2017 ความแตกต่างนี้ช่วยให้เห็นว่า การพูดถึงการทำงานในวัยสูงอายุควรแยกอย่างน้อยสองมิติออกจากกัน

มิติแรกคือ “ความมั่นคงของช่วงเปลี่ยนผ่าน” หากการเกษียณเกิดก่อนการรับบำนาญเต็มจำนวน การมีงานต่อเนื่องอาจถูกมองว่าเป็นกลไกเชื่อมรายได้ ไม่ใช่เพียงทางเลือกในการทำกิจกรรมหลังเกษียณ

มิติที่สองคือ “คุณภาพของการทำงาน” การมีตำแหน่งงานอยู่ไม่ได้แปลว่าความรู้และประสบการณ์จะถูกใช้ได้อย่างเหมาะสมเสมอไป เหตุผลที่มีผู้เลือก 729 คนในปีงบประมาณ 2017 จึงเตือนให้มองทั้งลักษณะงาน การมอบหมายหน้าที่ และวิธีปฏิบัติต่อผู้ทำงานตามแรงจูงใจและความสามารถ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะอายุที่กำหนดไว้บนกระดาษ

คำถามที่สังคมสูงวัยควรพิจารณา

ข้อมูลปีงบประมาณ 2017 ไม่ได้ให้คำตอบสำเร็จรูปว่าควรกำหนดอายุเกษียณอย่างไร แต่ช่วยจัดระเบียบคำถามได้ชัดเจนขึ้น ได้แก่ ช่วงสิ้นสุดรายได้จากงานสัมพันธ์กับช่วงเริ่มรับบำนาญอย่างไร งานที่เปิดให้ทำต่อเหมาะกับความสามารถหรือไม่ และผู้ทำงานมีทางเลือกเพียงใดในการตัดสินใจตามสุขภาพ ภาระครอบครัว และความต้องการของตน

สำหรับผู้อ่านในไทย ประเด็นสำคัญจึงไม่จำเป็นต้องเป็นการคัดลอกระบบของญี่ปุ่น แต่เป็นการมองความเชื่อมโยงระหว่างอายุเกษียณ การจ้างงาน และบำนาญในฐานะระบบเดียวกัน หากพิจารณาแต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจมองไม่เห็นช่วงรอยต่อที่ผู้ทำงานต้องรับภาระจริง

ในสังคมที่ประชากรมีอายุสูงขึ้น คำถามไม่ใช่เพียงว่าคนควรทำงานนานเพียงใด แต่ยังรวมถึงว่า งานในช่วงปลายอาชีพให้รายได้ต่อเนื่อง ใช้ความสามารถอย่างเหมาะสม และเชื่อมต่อกับระบบบำนาญได้หรือไม่ ข้อมูลจากผู้เกษียณจึงมีคุณค่าในฐานะเสียงสะท้อนของผู้ที่ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นมาแล้ว แม้จะต้องอ่านโดยคำนึงถึงขอบเขตของกลุ่มตัวอย่างและรูปแบบคำถามแบบเลือกได้หลายข้อก็ตาม

出典